"อย่าตกใจไปเลย ให้ใช้ชีวิตตามปกติ กรรมจัดสรรมาดีแล้ว ถึงเวลาดับก็ย่อมดับเป็นธรรมดาของมนุษย์ ไม่ถึงเวลาก็ย่อมไม่เป็นไร"

(อย่าไปแสวงหาที่หลบกรรม (หรือที่หลบภัย) กรรมหลบไม่ได้ ถึงเวลากรรมให้ผล หรือจุติจิตให้ผล ก็ต้องตายหรืออาจไม่ถึงตายก็ได้ สุดแล้วแต่กรรมของแต่บุคคลไม่ต้องหลบ)

ถึงเวลาตายก็ต้อง ตาย กรรมกำหนดว่าต้องตาย ยังไงก็ต้องตาย
ไม่ต้องไปเตรียมตัวหาที่หลบภัยใดๆ ทั้งสิ้นเพราะถ้ากรรมกำหนดว่าต้องตาย
ถึงจะไปหลบที่ไหน ก็ตายทั้งสิ้น

กรรมกำหนดมาว่าต้องตายเพราะดิน ถึงไปหลบในวัด
ก็อาจโดนของแข็งตกใส่หัวตาย

กรรมกำหนดมาว่า ต้องตายเพราะน้ำ ถึงไปหลบในวัด
ก็อาจตกบ่อน้ำ หรือ ลื่นในห้องน้ำตาย

กรรมกำหนดมาว่าต้องตาย เพราะลม ถึงไปหลบในวัด
ก็อาจเป็นลมช๊อคตาย หรือโดนลมพัดให้ล้มไปเสียบหลาวตาย

กรรมกำหนดมาว่าต้อง ตายเพราะไฟ ถึงไปหลบในวัด
ก็อาจเป็นโดนไฟดูดตาย หรือธาตุไฟกำเริบตายตาย

คือกรรม (จุติจิต) เค้ากำหนดมาหมดแล้วว่าแต่ละคน ต้องตายเมื่อไรตายเพราะวิบากอะไร ตายกี่โมง ถึงเวลาตายยังไงก็ต้องตายไปแอบหลบภัยที่ไหนก็หลบไม่ได้ ไม่ว่าจะไปหลบใน อากาศ ใต้ดินถึงคราวตายต้องตายทุกคน ไม่ต้องหลบคนที่ไม่ถึงคราว ตาย ต่อให้โดนภัยพิบัติทางน้ำแบบเต็มๆก็ไม่ตาย เช่น อาจจะลอยไปเจอห่วงยางพอดี กรรมเค้าจัดสรรมาแล้วขอให้ใช้ชีวิตแบบปกติไม่ต้องหวาดวิตก ไม่ต้องหาที่หลบภัยอะไรถ้าจุติจิตของแต่ ละคน ยังไม่ถึงเวลา ยังไงก็ไม่ตายวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) วันนั้น ผู้คนอาจจะรีบไปหาที่หลบภัยในที่สูงๆ
เช่น บนภูเขา แต่ถ้าคนนั้นถึงคราวตาย (จุติจิตมาวันนั้น) ก็ตาย อาจหัวใจวายตาย หรือ อาจตกเขาตาย ยังไงก็ตายเช้นเดิม

วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)
วันนั้นผู้คนทั่ว โลกอาจจะเตรียมตัวกักตุนอาหาร
เตรียมตัว หาที่หลบภัย ก็จริงอยู่ แต่.......
แต่วันนั้น อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ พอมันไม่มีอะไรเกิดทุกคนก็ทยอยกลับ บ้านกันหมด หลังจากนั้นภัยพิบัติอาจจะมาแบบฉับพลันก็ได้กรรมเค้ามีวิธีที่จะให้ผลได้เสมอค่ะ ไม่ต้องไปหวาดกลัวอะไร ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ หมั่นให้ทาน รักษาศีล แผ่เมตตา จะเป็นประโยชน์มากกว่าการไปเสาะแสวงหาที่หลบกรรม (หลบภัย)
บางคนอ่านแล้ว อาจจะยังไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้ศึกษาเรื่อง "การให้ผลของกรรม และ เรื่องจุติจิต" มาก่อน ขอยกกรณี ตัวอย่าง

กรณี "สึนามิ" ที่ผ่านมาจะเข้าใจเรื่องผลของกรรม และ การที่จุติจิตให้ผล ได้ง่ายขึ้น

คนที่ตายในเหตุการณ์ สึนามิ เพราะกรรมจัดสรรมาแล้วว่าคนเหล่านั้น ต้องตายเพราะน้ำ
คนที่ทำกรรมประเภท เดียวกันมา กรรมจะจัดสรรให้มาอยู่ในที่เดียวกัน เพื่อจะได้รับวิบากไปพร้อมๆกัน
เพราะคนเหล่านี้จุติจิตจะให้ผล พร้อมๆกันนั่นเอง จึงต้องไปอยู่ในที่นั้น
บางคนอาจถามว่า "ถ้าเค้ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในวันนั้น เค้าจะหาทางเลี่ยงมั้ย?"
เราตอบได้ว่า ถ้ากรรมกำหนดมาว่าต้อง ตายทางน้ำ ถึงรู้ล่วงหน้า แล้วหนีไปอยู่ที่อื่น
ก็ต้องตายเพราะน้ำอยู่ดี ถ้าจุติจิตให้ผลแล้ว ยังไงก็ต้องตาย แต่โดยมากกรรมจะบังตาไม่ให้รู้ ถึงรู้ก็ไม่เชื่อ
ในกรณีเหตุการณ์สึนามินั้น คนที่รอดก็มีเยอะ เพราะเค้ายังไม่ถึงที่ตาย
ไม่ใช่ว่าใน เหตุการณ์นั้น คนจะตายทุกคนนี่ คนที่รอดก็มาก เพราะเค้ายังไม่ถึงที่ตาย (จุติจิตยังไม่ให้ผล) ยังไงก็ไม่ตาย

"โปรดใช้ ชีวิตตามปกติ อย่าตื่นตระหนกให้มากเกินไป หมั่นให้ทาน รักษาศีล ภาวนาทุกลมหายใจ
ทำจิตให้ว่างเป็นสุญตา เพราะการ เกิดแก่ เจ็บ ตาย เป็นของคู่โลก เราแค่มาอาศัยอยู่ในโลกเพียงชั่วคราวเท่านั้น สักวันก็ต้องจากไปอยู่ดี"
 
เมื่อได้รู้แล้วจึงมีคำถามตามมา

ทำไมจึงไม่เป็นข่าวใหญ่โต

หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่มีข่าวออกทาง TV
เค้าประกาศเป็น ข่าวใหญ่ทั่วโลกมาหลายปีแล้ว ถ้าอยากจะอ่านย้อนหลัง
ให้เข้า Google พิมพ์ว่า องค์การ NASA แกนโลกพลิก 2012
หรือถ้าชอบอ่าน ภาษาอังกฤษให้พิมพ์ว่า Pole Shift NASA 2012
ถ้าคิดว่า อะไรที่เป็นข่าวจะต้องออก TV ล่ะก็นะ
พี่ๆคง เข้าใจผิดเพราะ TV เมืองไทยเค้าเซ็นเซอร์ เค้าไม่ได้ให้ออกทุกอย่างหรอก
ข่าวบางอย่าง ประเทศอื่นเป็นข่าว แต่ในไทยไม่ออกข่าว มีมากมาย เพราะมีญาติอยู่ที่อเมริกา
TV เมืองไทย ไม่ได้เสรีอย่าง อเมริกา
ถ้าจะดูข่าวแบบไม่เซ็นเซอร์ ขอแนะนำให้ดูทาง เคเบิ้ล TV
หรือติดจาน ดาวเทียม หรือ ตามข่าวจาก Internet เพราะสื่อแบบหลังๆนี้ ไม่มีการเซ็นเซอร์เนื้อหา มาแบบเต็มๆ
หลายๆคนเค้าเลิกดู TV เมืองไทยแล้ว งี่เง่า ห่วยแตก ปัญญาอ่อน แหะๆ ดูแล้วหงุดหงิด
เรื่องแกนโลก พลิก เป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา และ ยุโรป เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
แต่เมืองไทย กลับไม่มีข่าว สงสารคนไทยจริงๆ ดีนะยังมี Internet
เพราะถึงแม้ว่าคนทั่ว ไปจะรับรู้ทุกๆคน ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
แม้แต่องค์การ NASA เอง ก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรเลย เพราะนี่คือ มหันตภัยที่ใหญ่หลวงที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยพบมา
ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ ทางรอดมีทางเดียว อพยพผู้คนไปดาวดวงอื่นซึ่งในทางปฏิบัติ มันเป็นไปไม่ได้

ชาวพุทธทุกคนคงทราบดีว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า พระพุทธศาสนามีอายุ 5000 ปี

(แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นประเด็นอยู่ที่ ในวันภัยพิบัติ คนที่จะรอดชีวิต ต้องมีศีลมีธรรมจริงๆเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนจะรอด)

   
 
<<<กลับหน้าหลัก (สุดแท้เเต่จะเชื่อ  โปรดใช้ดุลพินิจในการอ่าน)